อินเตอร์โฮม ฝากขายบ้าน ซื้อขาย บ้านมือสอง เรา คือ มืออาชีพด้านจัดการอสังหาฯ โดยทีมงานที่มีประสบการณ์ บริการด้วยความจริงใจ : Update สินค้า ล่าสุด วันศุกร์ที่ 25 กันยายนพ.ศ. 2563
เช่น"ถนนสุขุมวิท" หรือ "ซอยรามคำแหง20" หรือ "หมู่บ้านพฤกษา10"
 
ขาย เช่า
ประเภท :
ราคา :
จังหวัด :
ทำเล :
 
หน้าหลัก
ทรัพย์น่าลงทุน
ที่ดินน่าลงทุน
ทรัพย์เด่น ประจำสัปดาห์
บ้าน-ที่ดินแนวรถไฟฟ้าBTS/MRT
คอนโดเด่นแนวรถไฟฟ้า
บ้านคุณภาพโครงการ L&H, แสนสิริ, QHouse
อพาร์ทเม้นท์น่าลงทุน
ทรัพย์เด่นGrand Property
ทรัพย์บริษัท สวยราคาพิเศษ
(เช่า)อสังหาริมทรัพย์
ผลงานด้านการขาย
บ้านสวยคุณภาพ ราคาถูก
ทรัพย์ใหม่ประจำสัปดาห์
ทรัพย์โปรโมชั่นพิเศษ
บ้านสวยตกแต่งใหม่ รีโนเวท
รับสมัครงาน
ทรัพท์สินทั้งสิน 8,063 รายการ
ประเภทอสังหาริมทรัพย์
รายการ
บ้านเดี่ยว
154
ทาวน์เฮาส์-ทาวน์โฮม
212
อาคารพาณิชย์-สำนักงาน
119
คอนโดมิเนียม
535
อพาร์ทเมนท์-หอพัก-ห้องเช่า
30
โรงงาน-โกดัง
7
ที่ดินเปล่า
122
ประเภทอสังหาริมทรัพย์
รายการ
บ้านเดี่ยว
238
ทาวน์เฮาส์-ทาวน์โฮม
303
อาคารพาณิชย์-สำนักงาน
42
คอนโดมิเนียม
247
อพาร์ทเมนท์-หอพัก-ห้องเช่า
16
โรงงาน-โกดัง
5
ที่ดินเปล่า
127
ประเภทอสังหาริมทรัพย์
รายการ
บ้านเดี่ยว
875
ทาวน์เฮาส์-ทาวน์โฮม
1144
อาคารพาณิชย์-สำนักงาน
134
คอนโดมิเนียม
334
อพาร์ทเมนท์-หอพัก-ห้องเช่า
44
โรงงาน-โกดัง
10
ที่ดินเปล่า
322
ประเภทอสังหาริมทรัพย์
รายการ
บ้านเดี่ยว
317
ทาวน์เฮาส์-ทาวน์โฮม
308
อาคารพาณิชย์-สำนักงาน
150
คอนโดมิเนียม
170
อพาร์ทเมนท์-หอพัก-ห้องเช่า
13
โรงงาน-โกดัง
11
ที่ดินเปล่า
133
ประเภทอสังหาริมทรัพย์
รายการ
บ้านเดี่ยว
394
ทาวน์เฮาส์-ทาวน์โฮม
425
อาคารพาณิชย์-สำนักงาน
62
คอนโดมิเนียม
316
อพาร์ทเมนท์-หอพัก-ห้องเช่า
12
โรงงาน-โกดัง
7
ที่ดินเปล่า
155
ประเภทอสังหาริมทรัพย์
รายการ
บ้านเดี่ยว
31
ทาวน์เฮาส์-ทาวน์โฮม
5
อาคารพาณิชย์-สำนักงาน
5
คอนโดมิเนียม
12
อพาร์ทเมนท์-หอพัก-ห้องเช่า
5
โรงงาน-โกดัง
0
ที่ดินเปล่า
20
ประเภทอสังหาริมทรัพย์
รายการ
บ้านเดี่ยว
32
ทาวน์เฮาส์-ทาวน์โฮม
8
อาคารพาณิชย์-สำนักงาน
12
คอนโดมิเนียม
33
อพาร์ทเมนท์-หอพัก-ห้องเช่า
3
โรงงาน-โกดัง
0
ที่ดินเปล่า
35
ประเภทอสังหาริมทรัพย์
รายการ
บ้านเดี่ยว
72
ทาวน์เฮาส์-ทาวน์โฮม
38
อาคารพาณิชย์-สำนักงาน
44
คอนโดมิเนียม
9
อพาร์ทเมนท์-หอพัก-ห้องเช่า
12
โรงงาน-โกดัง
3
ที่ดินเปล่า
184
ข่าวสาร ประชาสัมพันธ์
วิกฤตไวรัสร้ายโคโรนาลามอสังหาฯไทย

          วิกฤตไวรัสโคโรนาที่กำลังแพร่ระบาดในประเทศจีน และยังลุกลามไปในประเทศต่างๆ อีกหลาย 10 ประเทศ ส่งผลให้ทั่วโลกต่างอยู่ในภาวะเฝ้าระวังในระหว่างนี้กำลังซื้อจากชาวจีนแทบหายไปจากตลาด เนื่องจากจีนถือเป็นกำลังซื้อหลักของตลาดไทย โดยเฉพาะตลาดท่องเที่ยว ส่งออก สายการบิน ห้างสรรพสินค้า หรือแม้กระทั่งตลาดอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมที่ช่วงหลัง ผู้ประกอบการมุ่งพัฒนาสินค้าออกมาเพื่อรองรับกำลังซื้อกลุ่มนักลงทุนชาวจีนเป็นจำนวนมาก

          นายวิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ตรวจการธนาคารอาคารสงเคราะห์ และรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยว่า จากตัวเลขชาวต่างชาติที่ ถือครองกรรมสิทธิ์ห้องชุดในปี 2561 พบว่า มีจำนวน 13,113 หน่วย มูลค่า 55,007 ล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นชาวจีนมากถึง 7,548 หน่วย สัดส่วน 57.6% จากผู้ซื้อชาว ต่างชาติทั้งหมด คือ เป็นมูลค่า 29,440 หน่วย ขณะที่ตัวเลข 9 เดือนปี 2562 พบว่า มีชาวจีนถือครองกรรมสิทธิ์ทั้งสิ้น 5,430 หน่วย คิดเป็นสัดส่วน 57.6% ของผู้ซื้อ ต่างชาติทั้งหมด โดยมีมูลค่า 20,117 ล้านบาท

          นายสุรเชษฐ กองชีพ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟินิกซ์พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลอปเม้นท์ แอนด์ คอนซัลแทนซ์ จำกัด นักวิจัยตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย กล่าวว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2563 มีความเป็นไปได้ว่าจะลดต่ำลงไปกว่าปี 2562 ที่ผ่านมา เนื่องจากปัจจัยลบที่มากระทบตลาดมีอยู่จำนวนมาก ขณะที่ปัจจัยบวกแทบไม่มีให้เห็น ทั้งนี้ปัจจัยลบในปี 2562 ได้ฉุดให้ตลาดอสังหาฯ ไทยตกต่ำจนหลายคนเชื่อว่าตลาดถึงจุดต่ำสุดถึงเวลาที่จะผงกหัวขึ้นมา แต่อย่างไรก็ตามปัญหาต่างๆ ดังกล่าว ยังส่งผลต่อเนื่องมาในปี 63 แถมยังถูกซ้ำเติมด้วยปัญหาใหญ่ไวรัสโคโรนาอีก จึงเป็นไปได้ว่าตลาดอสังหาฯ ไทยจะลดต่ำลงกว่าปี 2562

          ในช่วงปี 2562 ที่ผ่านมาตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยประสบปัญหาในหลายด้าน โดยเฉพาะปัจจัยภายนอก สงครามการค้าจีน-สหรัฐอเมริกา สงครามอิหร่านสหรัฐอเมริกา เงินบาทแข็งค่า LTV ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของกลุ่มผู้ซื้อต่างชาติ ทำให้ชะลอการลงทุน โดยเฉพาะชาวจีนที่เป็นกำลังซื้อหลักกว่า 50% ของผู้ซื้อชาวต่างชาติ

          นอกจากปัจจัยสงครามการค้าและภาวะเศรษฐกิจแล้ว ผู้ซื้อชาวจีน ยังมีปัญหาในเรื่องของข้อจำกัดในการ นำเงินออกนอกประเทศปีละไม่เกิน 1.5 ล้านบาท/คน เงินบาทของไทยที่แข็งค่าขึ้นเกือบ 30% ส่งผลให้ผู้ซื้อ ชาวจีนเกิดความลังเลที่จะรับโอนกรรมสิทธิ์ บางราย ถึงขั้นยอมทิ้งเงินดาวน์กว่า 20% เพราะกังวลเรื่องการ ทำกำไรในอนาคตทำให้ตลาดชาวจีนในปี 62 ไม่สดใสนัก ปรับลดลงไปราว 30-40%

          แต่ปัญหาเรื่องเงินบาทแข็งค่ายังไม่จบก็ประสบปัญหาไวรัสโคโรนา ที่กำลังระบาดอยู่ในขณะนี้ยิ่งทำให้ ผู้ซื้อชาวจีนแทบหายไปจากตลาดอสังหาฯไทยในช่วง วันตรุษจีนที่เป็นวันหยุดยาว ตลาดที่ได้รับผลกระทบ มากสุดเห็นจะเป็นอสังหาฯประเภทโรงแรม ธุรกิจให้เช่าคอนโดฯ เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ ที่นักท่องเที่ยวชาวจีนหายไปเกือบหมด ส่วนตลาดคอนโดมิเนียมคาดว่าจะได้รับ ผลกระทบไม่น้อย เนื่องจากช่วงเทศกาลตรุษจีนเป็น ช่วงที่ชาวจีนจะออกมาเที่ยวและจับจ่ายใช้สอยมากที่สุด โดยในช่วงนี้ชาวจีนแทบจะหายไปจากตลาดทั้งผู้ซื้อใหม่และผู้ที่จะโอนเนื่องจากออกจากประเทศไม่ได้หรือไม่ กล้าเดินทาง

          ทั้งนี้ผลกระทบของไวรัสโคโรนาจะส่งผล 2 ด้าน คือคนจีนไม่สามารถมาซื้อห้องชุดของไทยได้ แต่หาก มองกลับกันจะพบว่า จีนมักเกิดการระบาดของโรคร้ายแรงบ่อยครั้งโดยก่อนหน้านี้เกิดการระบาดของโรคซาร์ส และในครั้งนี้ไวรัสโคโรนา ทำให้ชาวจีนบางส่วนหันมาซื้อที่อยู่อาศัยในไทยเพิ่มมากขึ้นเพื่อเป็นบ้านหลังที่สอง หากปะเทศจีนเกิดปัญหาโรคร้ายขึ้นอีกในอนาคต ซึ่งในปัจจุบันมีชาวจีนบางส่วนถือโอกาสพักอยู่ประเทศไทย ในช่วงที่จีนปิดประเทศ

          นายสุรเชษฐ กล่าวต่อว่า จากปัจจัยลบต่างๆ ที่ เกิดขึ้นทำให้คาดว่าในปี 2563 ตลาดอสังหาฯจะยังคงชะลอตัวต่อเนื่องและอาจลดต่ำลงไปได้อีก ผู้ประกอบการ จึงควรมีความระมัดระวังในการลงทุน ซึ่งจากแนวโน้มการขายคอนโดฯในปีที่ผ่านมาพบว่ามีอัตราการขายเพียง 50% ของจำนวนยูนิตที่เปิดขายใหม่ ดังนั้นควรลดการเปิดตัวลง 50% ลดการพัฒนาเพื่อขายต่างชาติหรือชาวจีน หันมาจับตลาดคนไทยเป็นหลักหรือขยายการลงทุนไป ในตลาดแนวราบ

          นอกจากนี้ผู้ประกอบการที่มีสต๊อกคอนโดฯราคาไม่เกิน 3 ล้านบาทควรเร่งปิดการขายหรือระบายสต๊อกออกให้ทันกับมาตรการของรัฐบาล เพื่อลดค่าใช้จ่ายจากการแบกภาระสต๊อกสินค้า ควรแนะผู้ซื้อในการขอสินเชื่อ เพราะส่วนใหญ่กลุ่มผู้ซื้อบ้านราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท เป็นผู้ซื้อบ้านหลังแรก คนจบใหม่พึ่งทำงาน มักจะไม่มีความรู้ในการขอสินเชื่อ หรือบางรายมีปัญหาหนี้ บัตรเครดิตหรือหนี้รถยนต์ ดังนั้น ผู้ประกอบการจึงต้องแนะนำข้อปฏิบัติเพื่อให้ลูกค้ากู้ผ่าน

          ตลาดคอนโดฯที่ผ่านมาได้รับผลกระทบจากหลายปัจจัย กลุ่มผู้ซื้อชาวไทยลดน้อยลงตามภาวะเศรษฐกิจ ทำให้มีสต๊อกเหลือขายในตลาดเป็นจำนวนมาก แต่ยังได้อานิสงส์จากกลุ่มผู้ซื้อชาวจีนและชาวต่างชาติอื่นๆ ทำให้ผู้ประกอบการยังคงพัฒนาโครงการออกมาอย่างต่อเนื่องเพราะยังมีกำลังซื้อจากต่างชาติรองรับ บางรายพัฒนาสินค้าออกมาเพื่อขายชาวต่างชาติหรือชาวจีนกลุ่มนักลงทุนโดยเฉพาะ แต่อย่างไรก็ตามผู้ประกอบการหลายรายได้ปรับตัว หันมาพัฒนาระบบหลังบ้าน กระจายความเสี่ยงด้านการลงทุนไปยังแนวราบที่ถือเป็นตลาดของผู้ซื้อ เพื่ออยู่อาศัยจริง

          นายโอภาส ศรีพยัคฆ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอป- เมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ LPN เผยว่า ตลาดอสังหาฯเป็นตัวรับผลกระทบจากปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น เนื่องจากเป็นสินทรัพย์ขนาดใหญ่ ต้องใช้เงินก้อนใหญ่ในการซื้อและเป็นการก่อหนี้ระยะยาว หากผู้บริโภคเกิดความ ไม่เชื่อมั่น หรือมีความรู้สึกไม่มั่นคงในชีวิตและทรัพย์สิน ก็จะไม่ซื้อ ทั้งบ้านและรถยนต์

          ปัญหาการชะลอตัวของตลาดอสังหาฯ เกิดขึ้นมาตั้งแต่ปี 2562 และเริ่มผ่อนคลายมากขึ้นในช่วงปลายปี ที่หลายๆอย่างมีแนวโน้มดีขึ้น เช่น มาตรการด้านภาษีกระตุ้นภาคอสังหาของรัฐบาล โครงการบ้านดีมีดาวน์ การผ่อนเกณฑ์ LTV แม้ว่าจะไม่มากแต่มีทิศทางที่ดี

          ส่วนกรณีไวรัสโคโรนายังไม่ส่งผลกระทบที่ชัดเจนต่อบริษัท เนื่องจากไม่ได้ทำตลาดกลุ่มผู้ซื้อชาวจีนแล้ว มีเพียงโครงการย่านมักกะสัน จำนวน 200 กว่ายูนิต ที่นำไปขายที่ประเทศจีน และปัจจุบันโอนไปหมดแล้ว หลังจากนั้นบริษัทไม่ได้ทำในตลาดต่างชาติอีกเลยยกเว้นจะมีลูกค้าชาวต่างชาติเดินเข้ามาซื้อเองยังโครงการ

          อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ผ่านมาบริษัทได้ลดการ พึ่งพิงจากสินค้าประเภทคอนโดฯ เพียงอย่างเดียว และกระจายการลงทุนไปในกลุ่มสินค้าบ้านแนวราบเพิ่มมากขึ้น

          ทั้งนี้ เชื่อว่าภาพรวมอสังหาฯ ในปี 2563 เผชิญต่อภาวะชะลอตัวจากสภาพเศรษฐกิจและมาตรการกำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มาตรการเรื่องการกำหนดสัดส่วนภาระหนี้ (DSR) ที่ ธปท.จะประกาศใช้ในปีนี้ ส่งผลให้สถาบันการเงินเข้มงวดในการปล่อย สินเชื่อ ทำให้คาดว่าตลาดอสังหาฯ ในปีนี้จะติดลบประมาณ 3% เมื่อเทียบกับปี 62

          อย่างไรก็ตาม จากแนวโน้มตลาดข้างต้นทำให้บริษัทได้ปรับทิศทางและวางกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจเพื่อรองรับความเสี่ยงต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยขยายการลงทุนไปยังโครงการประเภทแนวราบมากขึ้น และเพิ่มรายได้จากการให้เช่าและบริหาร จากเดิมบริษัทมี รายได้จากการขายคอนโดฯ 98-99% แต่ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมาบริษัทได้ทยอยขยายไปในธุรกิจบ้าน จัดสรร ซึ่งตั้งเป้ารายได้ระหว่างบ้านและคอนโดฯ มีสัดส่วนใกล้เคียงกัน ซึ่งในปีนี้ตั้งเป้ารายได้จาก คอนโดฯ 6,000 ล้านบาท บ้านแนวราบจำนวน 3,000 ล้านบาท ส่วนรายได้จากการบริการและให้เช่าประมาณ 300 ล้านบาท ซึ่งรายได้ในส่วนนี้สามารถรองรับรายจ่ายของบริษัทได้

          นายโอภาส กล่าวต่อว่า บริษัทยังให้ความสำคัญใน 3 ประเด็นหลัก คือ การเพิ่มประสิทธิภาพในการทำกำไรจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ การบริหารจัดการสินทรัพย์ ที่มีอยู่ให้สามารถสร้างรายได้เพิ่มขึ้น เช่น การนำเอาคอนโดมิเนียมที่สร้างเสร็จมาปล่อยเช่า เพื่อสร้างรายได้จากทรัพย์สินที่มีอยู่ รวมทั้งการเร่งการขายและโอนโครงการที่สร้างเสร็จที่มีมูลค่าประมาณ 10,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นกลุ่มสินค้าที่มีระดับราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท หรือมีจำนวนประมาณ 3,300 หน่วย โดยประมาณการว่า จะเร่งระบายสินค้าในกลุ่มนี้ได้ไม่น้อยกว่า 50% ของ มูลค่าที่มีอยู่ หรือประมาณ 5,000 ล้านบาท ส่วนที่เหลือนำมาปล่อยเช่า

          เน้นการขยายฐานรายได้ประจำ จากธุรกิจบริการ ทั้งการบริหารจัดการอาคาร การก่อสร้าง งานที่ปรึกษา วิจัยและพัฒนา ผ่านบริษัทในเครืออย่างบริษัท ลุมพินี พรอพเพอร์ตี้ มาเนจเมนท์ จำกัด บริษัท ลุมพินี โปรเจค มาเนจเมนท์ เซอร์วิส จำกัด และบริษัท ลุมพินี วิสดอม แอนด์ โซลูชั่น จำกัด โดยการขยายฐานลูกค้าจากธุรกิจบริการทั้งในส่วนของการบริหารอาคารโครงการ และงานบริการด้านวิศวกรรมจากที่ให้บริการเฉพาะในส่วนของ LPN ไปสู่ตลาดภายนอกเพื่อขยายฐานรายได้ของธุรกิจในกลุ่มนี้ โดยตั้งเป้ารายได้ในส่วนนี้เติบโตไม่น้อยกว่า 20% ในปี 2563 เทียบกับปี 2562 โดยปัจจุบัน ตลาดการบริหารจัดการอาคาร ทั้งอาคารชุดพักอาศัยและสำนักงานมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 44,000 ล้านบาทในปี 2562 และมีอัตราการเติบโตไม่น้อยกว่า 10% ต่อปี

          การบริหารสภาพคล่องทางการเงิน บริหารสัดส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E) ไม่เกิน 1:1 เพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงินให้แก่บริษัท พร้อมบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินให้มีประสิทธิภาพ โดยมีต้นทุนดอกเบี้ยอยู่ในสัดส่วนที่ต่ำกว่าร้อยละ 3 ลดลงจากร้อยละ 4 เป็นผลมาจากการจัดเครดิตเรตติ้งของบริษัทที่อยู่ที่ A- โดยทริส เรทติ้ง ซึ่งสะท้อนถึงฐานะทางการเงินที่มีความมั่นคง

          นายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) หรือ SPALI กล่าวว่า ภาพรวมตลาดในปี 2563 ตลาดจะมีการปรับตัวเข้า สู่ภาวะสมดุล และมีทิศทางปรับตัวดีขึ้น ซึ่งหากพิจารณานับจากต้นปีที่ผ่านมามีผู้ประกอบการเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมลดลงมาก ซึ่งจะทำให้ซัปพลายเข้าสู่ภาวะสมดุลระหว่างดีมานด์และซัพพลาย สะท้อนให้เห็นถึง การปรับตัวของผู้ประกอบการไทย นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยสนับสนุนในส่วนของการเปิดใช้รถไฟฟ้าเส้นทางใหม่ๆ มีการก่อสร้างเพิ่มอีกหลายเส้นทาง ซึ่งหากการก่อสร้างเส้นทางรถไฟฟ้าเพิ่มขึ้นมากเท่าไหร่ก็จะเห็นการขาย ที่อยู่อาศัยดีมากขึ้นตาม

          อย่างไรก็ตามยังมีปัจจัยลบที่จะส่งผลกระทบ ตลาด ได้แก่ LTV แม้จะผ่อนเกณฑ์ลงมาบ้างแต่ก็ยัง ส่งผลกระทบต่อลูกค้าอยู่ การที่มีซัปพลายคงค้างใน ตลาดจำนวนมากผู้ประกอบการจะต้องปรับลดราคา ลงมา แต่ส่งผลดีต่อผู้ซื้อ ค่าเงินบาทที่แข็งค่ามากจะ ส่งผลกระทบต่อเนื่องยาวนานเพียงใดยังคงเป็นคำถามอยู่ รวมไปถึงไวรัสโคโรนาในจีนจะส่งผลกระทบต่อ กำลังซื้อมากน้อยเพียงใดยังไม่สามารถบอกได้

          การที่ศุภาลัยมีหนี้สินต่อทุนที่ต่ำ ขณะที่ต้นทุนการเงินอยู่ที่ 2.31% เท่านั้นทำให้มีศักยภาพในการขายการลงทุนในภาวะตลาดชะลอตัวได้ แต่บริษัทได้ให้น้ำหนักในการลงทุนโครงการแนวราบ โดยในปี 2563 นี้เพิ่มสัดส่วนการลงทุนโครงการแนวราบอยู่ที่ 34% ของการลงทุนทั้งหมด ในจำนวนนี้อยู่ในต่างจังหวัด 32% ที่เหลืออยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล

          ที่ผ่านมาบริษัทได้ลงทุนและพัฒนาระบบต่างๆ เพื่อรองรับการลงทุนในอนาคต ได้แก่ ด้านผลิตภัณฑ์ (Product) ปัจจุบันบริษัทฯ มีการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยครอบคลุมความต้องการของผู้บริโภค ทั่วทุกภูมิภาค จากที่มีโครงการอยู่ในพื้นที่ 20 จังหวัดนอกกรุงเทพฯ โดยปี 2563 นี้จะเน้นการเปิดตลาดอสังหาฯ ในจังหวัดใหม่ๆ ที่มีความต้องการที่อยู่อาศัยสูง พร้อมมีโอกาสเติบโต ได้แก่ พระนครศรีอยุธยา พิษณุโลก ฉะเชิงเทรา อีกทั้งเตรียมรุกตลาดแนวราบ และพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์ที่ตรงกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่ มากขึ้น

          พัฒนา Digital Platform อาทิ แอปพลิเคชันที่ครอบคลุมทุกการบริการหลังการขายอย่างครบวงจร เพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภค มีการนำเทคโนโลยีระบบ Construction Management (CM) มาปรับใช้ภายในองค์กร โดยข้อมูลต่างๆ จะสามารถนำมาพัฒนาและวิเคราะห์กลยุทธ์ธุรกิจเพื่อสร้างความพึงพอใจ ของลูกค้า รวมไปถึงการพัฒนา Supalai Privilege ให้ดียิ่งขึ้น เพื่อแทนคำขอบคุณลูกค้าที่สนับสนุน ผลิตภัณฑ์และบริการของบริษัทฯ ซึ่งทั้งหมดจะนำไปสู่การสร้างประสบการณ์ใหม่ๆให้แก่ลูกค้า (Customer Experience) เพื่อตอกย้ำความเป็นเลิศทางด้านการบริการของบริษัทฯ

          ด้านนวัตกรรม (Innovation) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) มีการประกวดนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง โดยแต่ละปี จะมีนวัตกรรมในด้านต่างๆ ตั้งแต่การวางผังออกแบบ การก่อสร้าง การตลาด การบริการลูกค้า การเงิน ฯลฯ ซึ่งทำให้เกิดการสร้างสรรค์พัฒนาคุณภาพของสินค้าและการบริการเพื่อลูกค้าอย่างต่อเนื่อง

 

ที่มา : ผู้จัดการรายวัน 360 องศา

30 มกราคม 2563


เสียง/คำแนะนำจากลูกค้า
ปิดการขายเรียบร้อย ดูแลทุกขั้นตอน ขอบคุณ คุณลูกค้า หมู่บ้านมัณฑนา-อ่อนนุช ถนนอ่อนนุช ถนนสุขาภิบาล2
ปิดอีกเคสหมู่บ้านศุภาลัยการ์เด้นวิลล์ลำลูกกาปทุมธานีแฮปปี้ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายค่ะเฮงๆรวยทุกท่านนะคะ
หลังนี้ฮ็อดมาก!! รับฝากขายมาเพียงเดือนเดียว ก็ปิดการขายได้ ทำเลดีสุดๆ ขอบคุณ คุณลูกค้า หมู่บ้านพฤกษาวิลล์57
หลังนี้มาเร็วไปเร็ว!! รับฝากขายคอนโดมาไม่ถึงเดือน ก็ปิดการขายให้คุณลูกค้าได้ ด้วยสื่อการตลาดของเรา
ดูทั้งหมด
บทความ
หมู่บ้านเพรสซิเดนท์โฮม ร่มเกล้า เปลี่ยนทาวน์โฮมใหม่ ไฉไลกว่าเดิม(รีโนเวทใหม่ทั้งหลัง) EP.2
จับตึกเก่าใจกลางกรุงแต่งตัวใหม่ ให้หรูหรา สุดๆจำกันไม่ได้เลยทีเดียว(รีโนเวทใหม่ทั้งหลัง) EP.1
ธอส.โชว์ของปล่อยสินเชื่อครึ่งปีทะลุแสนล้าน ดัน Digital Service เพิ่มช่องทางบริการคุณลูกค้า
รฟม.เปิดประมูลสายสีส้ม STECร่วมชิง1.2แสนล้าน
ดูทั้งหมด
ข่าวสาร
อสังหาฯหวั่นแบงก์เข้มข้นปล่อยกู้ ผวาหนี้ครัวเรือนพุ่ง ซีบีอาร์อีแนะต้องลดราคากระตุ้นยอดขาย
อสังหาฯยังกระอักQ2ราคาร่วง4%
RMLเล็งซื้อโรงแรม3-4ดาว ปีดดีลปีนี้ 1 แห่ง มูลค่า 1 พันล้านในสิ้นปีนี้
ออร์เดิร์ฟ มาตรการ LTV เมนูเรียกน้ำย่อยวัดใจรัฐบาล
ดูทั้งหมด
บ้านเด่น
L&H - Sansiri - QHouse
ถนนรังสิต-นครนายก
6,500,000 บาท
บ้านเดี่ยว(หลังมุม) 62.7 ตร.ว.
หมู่บ้านพฤกษ์ลดา3 รังสิต ใกล้แหล่งอำนวยความสะดวก รพ.สายไหม มหาวิทยาลัยรังสิ...
ถนนรัตยาธิเบศร์
7,500,000 บาท
บ้านเดี่ยว 3 ชั้น 50.5 ตร.ว.
หมู่บ้านคาซ่าพรีเมียม ใกล้เซ็นทรัลเวสเกต โอมโปรราชพฤกษ์ ใกล้รถไฟฟ้า BTS ส...
ซอยวัชรพล10 ถนนรามอินทรา
19,250,000 บาท
บ้านเดี่ยว 2 ชั้น 181.9 ตร.ว.
หมู่บ้านลัดดารมย์ ใกล้แฟชั่นไอส์แลนด์ เซ็นทรัลรามอินทรา รพ.สินแพทย์ เพลินน...
ซอยคู้บอน44 ถนนรามอินทรา
4,700,000 บาท
บ้านเดี่ยว 2 ชั้น 55.9 ตร.ว.
หมู่บ้านชัยพฤกษ์ ใกล้แฟชั่นไอส์แลนด์ พรอมานาด ซาฟารีเวิลด์ โรงเรียนสาธิตพั...
รังสิต-คลอง4 ถนนลำลูกกา
4,320,000 บาท
บ้านเดี่ยว 2 ชั้น (หลังริม) 68 ตร.ว.
หมู่บ้านพฤกษ์ลดา2 ใกล้โรงเรียนบีคอนเฮาส์แย้มสอาดรังสิต บิ๊กซีคลอง4 โรงเรียน...
ดูทั้งหมด
มุมนักลงทุน
ซอยน้อมจิตต์ ถนนพญาไท
91,000,000 /79,000,000 บาท
ที่ดิน+บ้าน4.5ชั้น 176 ตร.ว.
ใกล้BTSราชเทวีและพญาไท ใกล้ ระหว่าง BTS สถานีราชเทวี และพญาไท สยามพารากอน ว...
ถนนรัตยาธิเบศร์
7,500,000 บาท
บ้านเดี่ยว 3 ชั้น 50.5 ตร.ว.
หมู่บ้านคาซ่าพรีเมียม ใกล้เซ็นทรัลเวสเกต โอมโปรราชพฤกษ์ ใกล้รถไฟฟ้า BTS ส...
ซอยวัชรพล10 ถนนรามอินทรา
19,250,000 บาท
บ้านเดี่ยว 2 ชั้น 181.9 ตร.ว.
หมู่บ้านลัดดารมย์ ใกล้แฟชั่นไอส์แลนด์ เซ็นทรัลรามอินทรา รพ.สินแพทย์ เพลินน...
ซอยคู้บอน44 ถนนรามอินทรา
4,700,000 บาท
บ้านเดี่ยว 2 ชั้น 55.9 ตร.ว.
หมู่บ้านชัยพฤกษ์ ใกล้แฟชั่นไอส์แลนด์ พรอมานาด ซาฟารีเวิลด์ โรงเรียนสาธิตพั...
ดูทั้งหมด
Social Network